หลัง ๆ นี้ลูกค้านักเรียนของ CP หลายท่านที่ CP ได้มีส่วนช่วยนำทางจากการวางแผนการศึกษาจนสู่ PR ให้ได้จนสำเร็จ ได้สอบถามเรื่องอยากทำสัญชาติออสเตรเลียเพิ่มอีกหนึ่งสัญชาติจะได้ถือพาสปอร์ตออสเตรเลียได้เพิ่มอีก 1 เล่ม เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกโดยไม่ต้องขอวีซ่า เช่น USA, UK, Canada, ญี่ปุ่น และประเทศในแถบยุโรป เป็นต้น CP จึงอยากบอกกฏกว้างๆ ผ่านคอลัมนี้ถึง eligibility ของ PR ทั้งหลายที่มีสิทธิ์ยื่นขอ Citizen ได้ดังนี้ (รายละเอียดเป็นรายบุคคลว่ามีสิทธิ์ยื่นได้แล้วยัง ก็ให้สอบถามเข้ามาที่ CP นะคะ):
1. ถ้าท่านได้เป็น PR ก่อนวันที่ 1 July 2007 และยื่นขอซิติเซ่นก่อนวันที่ 30 June 2010 ท่านจะต้องอาศัยอยู่ในออสเตรเลียเป็น PR มาแล้ว 2 ปีใน 5 ปีที่ผ่านมา + 1 ปีใน 2 ปีก่อนการยื่นเรื่อง (ต้องครบเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อจึงจะมีสิทธิ์ยื่นได้)
2. ถ้าท่านได้ PR หลังวันที่ 1 July 2007 ท่านจะต้องอยู่ Australia ด้วยวีซ่าที่ถูกต้องมาแล้วครบ 4 ปี (เช่นวีซ่าท่องเที่ยว นักเรียน นับรวมหมด) รวม 1 ปีต้องเป็น PR + ต้องอยู่ออสเตรเลียครบ 9 เดือนในปีสุดท้ายก่อนการยื่นเรื่อง และที่สำคัญต้องผ่านการทำข้อสอบ ซึ่งข้อสอบชุดใหม่ล่าสุดเพิ่งนำออกมาใช้เมื่อวันที่ 19 October 2009 สด ๆ ร้อน ๆ เป็น multiple-choice 20 ข้อ เน้นความเข้าใจในสิทธิ์และความรับผิดชอบในการเป็นราษฎรชาวออสเตรเลียซึ่งรวมเรื่องความเชื่อในระบอบประชาธิปไตย กฏหมาย วัฒนธรรมและรัฐบาล เป็นต้น ยกตัวอย่าง เช่น
1) คำถามเกี่ยวกับ Anzac Day
2) สีของธงชาวอะบอริจิ้นของออสเตรเลีย
3) สัญญลักษณ์ของรัฐบาล Commonwealth
4) ความรู้เรื่องพาสปอร์ตออสเตรเลีย
5) วันที่ 1 January 1901 สำคัญอย่างไร
6) Governor – General หรือท่านข้าหลวงฯ มีบทบาทอย่างไร
เป็นต้น ก็ขอให้ขยันอ่านกันซักนิด ก็สามารถตอบได้อย่างง่าย ๆ ขอให้โชคดี ได้เป็น citizens กันมาก ๆ และไวไวนะคะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คุณหมอวีซ่า CP Education แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คุณหมอวีซ่า CP Education แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552
eVisa Agents แปลว่าอะไร ? สำคัญไหม ? มีส่วนช่วยให้วีซ่าของคุณผ่านง่ายขึ้นจริงไหม ?
ระยะหลัง ๆ นี้ คุณหมอวีซ่าจะมีลูกค้าเข้ามาให้ช่วยแก้ไขวีซ่าของลูกหลานหรือพี่น้องที่ถูกปฏิเสธวีซ่านักเรียนจากเมืองไทยโดยตรงหลายราย โดยเฉพาะจากจังหวัดแถบภาคเหนือ จึงไม่สามารถเข้ามาเรียนหนังสือต่อในออสเตรเลียได้ ฟังดูแล้วก็ไม่แปลกใจเลย เรื่องของเรื่องก็คือ ครั้งหนึ่งรัฐบาลออสเตรเลียเคยปล่อยให้กฏหมายเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนหละหลวม คือทำให้มันง่ายขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนต่างชาติเข้ามาเรียนหนังสือกันในออสเตรเลียมากๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ กระทั่งอนุญาตให้เอาแฟนมาเป็นผู้ติดตามได้อย่างง่ายดาย (ไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศก็ตาม) แต่ที่น่าเศร้าก็คือ พอรัฐบาลใจดี คนก็เอาเปรียบและเริ่มทำในสิ่งที่ผิด ๆ โดยใช้ช่องทางแปลก ๆ มาหลอกลวงรัฐบาลฯ อย่างเช่น นักเรียนหลายคนรู้ว่าทำวีซ่าติดตามยากเพราะสถานทูตที่เมืองไทยขอดูเอกสารละเอียดและต้องผ่านการสัมภาษณ์ซะเป็นส่วนใหญ่ เอเย่นหัวใสทั้งปวงก็เลยทำให้เด็กเข้ามาเป็นวีซ่านักเรียนก่อน พอมาถึงยังไม่ทันเริ่มเรียน ก็ให้ไปจดทะเบียนสมรสปลอมเพื่อยื่นวีซ่าติดตามและไปถอนคอร์ส ถอนค่าเรียนคืนเพื่อออกไปทำงาน ไม่ต้องเรียนหนังสือกัน การทำเช่นนี้ก็เสมือนเป็นการหลอกลวงและละเมิดกฎหมายนั่นเอง ในอนาคตอันใกล้ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป อิมฯก็จะต้องมีมาตรการจัดการใหม่ๆขึ้นมาอย่างแน่นอนเป็นวงจรเช่นนี้
eVisa agents เป็นใคร?
ความจริงแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา รัฐบาลออสเตรเลียได้ริเริ่มโครงการแต่งตั้งเอเย่นทางการศึกษาในประเทศไทย จีน และอินเดียจำนวนจำกัดที่เรียกว่า Offshore Student eVisa agents ให้มี log in ID และ Password พิเศษ และสามารถยื่นวีซ่านักเรียนผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องนำฟอร์มไปยื่นที่สถาณทูตฯ การอำนวยความสะดวกให้กับเอเย่นที่ทางอิมมิเกรชั่นแต่งตั้งขึ้นมาก็ทำให้มีความสะดวกสบายและทำให้การ process วีซ่านักเรียนเร็วขึ้น สำหรับประเทศไทย ก็เริ่มจากการแต่งตั้งเอเย่นเพียง 6 เจ้าเพื่อทดลองโครงการริเริ่มในครั้งนั้น (CP Education & Migration Service ก็เป็น 1 ใน 6 เจ้าแรกที่ได้รับการแต่งตั้งในระยะแรกเริ่มนี้) จนปัจจุบันมี eVisa agents อยู่ประมาณ 59 เจ้าทั่วประเทศไทย แต่ที่น่าเสียดายก็คือ เอเย่นหลาย ๆ เจ้าในอดีตได้ถูกสอบสวนและโดนเพิกถอนใบอนุญาตไป เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับอิมฯ หรือมักชอบไปทำผิดเงื่อนไข อย่างเช่น ส่งเอกสารปลอมแปลงบ้าง ไม่ได้ดูรายละเอียดสเตดเม้นท์การเงินตามที่กฏหมายเรียกร้องบ้าง ส่งเอกสารไม่ครบบ้าง มีอัตราการผ่านวีซ่าต่ำกว่า 90% บ้าง จนรัฐบาลฯต้องออกมาสอบสวนและควบคุมกันเป็นยกใหญ่ และที่น่ากลัวมาก ๆ คือเที่ยวแจกจ่าย log in user name กับ password ให้เพื่อนฝูง หรือ sub-agents อื่น ๆ แบ่งใช้กันเป็นว่าเล่น จนเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2009 ที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรเลียก็ได้ออกจดหมายยกเลิก eVisa agents ไปหลายเจ้า ทำให้เอเย่นการศึกษาเจ้าใหม่ ๆ ที่อยากเข้ามาในวงการนี้พลอยขอใช้เครื่องอำนวยความสะดวกเหล่านี้ยากเป็นเงาตามตัวไปด้วย
สำหรับเอเย่นที่ถือใบอนุญาตเป็น Registered Migration Agents (จะสังเกตมีเลขหมายอนุญาตติดตัวขึ้นด้วยคำนำหน้า MARN ซึ่งย่อมาจาก Migration Agents Registration Number เช่นของคุณหมอวีซ่าจะเป็น MARN 9896337เป็นต้น) กฎหมายออสเตรเลียจะรับให้เป็น eVisa agents ได้โดยอัติโนมัติ
การได้รับแต่งตั้งให้เป็น eVisa Agents นั้นสำคัญไฉน?
สำคัญซิคะ เพราะเป็น agents ที่ผ่านการคัดเลือกและกลั่นกรองโดยอิมมิเกรชั่นมาแล้วขั้นหนึ่งแล้วว่าเป็นเอเย่นที่อยู่ในระดับแนวหน้า ได้รับการไว้วางใจจากอิมมิเกรชั่นให้ช่วยกรองเคส คัดและจัดเอกสารที่ถูกต้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่สถานทูตฯได้ อย่างเช่นเรื่องสเต๊ทเมนท์การเงิน eVisa Agents ก็เพียงเซ็นรับรองว่าเห็นแล้ว ตรวจแล้ว ไม่ต้องส่งตัวจริงหรือสำเนาเข้าสถานทูตฯ และเมื่อตรวจเอกสารครบถ้วน วีซ่าก็มีสิทธิ์ผ่านทางเน๊ตได้เลย จึงเรียกว่าสะดวกและเร็วขึ้น
ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า ปัจจุบันมีเอเย่นการศึกษาผุดเกิดเปิดกันเป็นดอกเห็ด ส่วนใหญ่จะเน้นการขายคอร์สถูกๆและการตลาดมากๆ มีอ๊อฟฟิสเปิดสาขากันเต็มไปหมด แต่มักมีปัญหาตรงที่วีซ่าไม่ผ่านบ้าง ออกช้าเกินเหตุบ้าง แนะแนวผิดๆบ้าง ความรู้ด้านวีซ่าไม่แข็ง ฯลฯ เป็นต้น จะมีประโยชน์อะไรหากคุณต้องเสียค่าเล่าเรียนไปมากมายก่ายกอง แต่ไม่ได้วีซ่าเข้าไปเรียนเมืองนอก ดังนั้น แก่นที่สำคัญก็ยังคงอยู่ที่ วีซ่าต้องผ่านนั่นเอง อนาคตของคุณจึงจะ sure! เปรียบเสมือนกับการเปิดร้านอาหารที่แข่งกันเปิดเต็มไปหมด จัดหน้าร้านซะสวยหรู แต่ในครัว cook กันไม่เป็น อาหารไม่ได้มาตรฐาน ลูกค้ากินครั้งเดียว ก็ไม่กลับมาอีกแล้ว ในที่สุดร้านก็ไปไม่รอด นั่นเอง!
eVisa agents เป็นใคร?
ความจริงแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา รัฐบาลออสเตรเลียได้ริเริ่มโครงการแต่งตั้งเอเย่นทางการศึกษาในประเทศไทย จีน และอินเดียจำนวนจำกัดที่เรียกว่า Offshore Student eVisa agents ให้มี log in ID และ Password พิเศษ และสามารถยื่นวีซ่านักเรียนผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องนำฟอร์มไปยื่นที่สถาณทูตฯ การอำนวยความสะดวกให้กับเอเย่นที่ทางอิมมิเกรชั่นแต่งตั้งขึ้นมาก็ทำให้มีความสะดวกสบายและทำให้การ process วีซ่านักเรียนเร็วขึ้น สำหรับประเทศไทย ก็เริ่มจากการแต่งตั้งเอเย่นเพียง 6 เจ้าเพื่อทดลองโครงการริเริ่มในครั้งนั้น (CP Education & Migration Service ก็เป็น 1 ใน 6 เจ้าแรกที่ได้รับการแต่งตั้งในระยะแรกเริ่มนี้) จนปัจจุบันมี eVisa agents อยู่ประมาณ 59 เจ้าทั่วประเทศไทย แต่ที่น่าเสียดายก็คือ เอเย่นหลาย ๆ เจ้าในอดีตได้ถูกสอบสวนและโดนเพิกถอนใบอนุญาตไป เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับอิมฯ หรือมักชอบไปทำผิดเงื่อนไข อย่างเช่น ส่งเอกสารปลอมแปลงบ้าง ไม่ได้ดูรายละเอียดสเตดเม้นท์การเงินตามที่กฏหมายเรียกร้องบ้าง ส่งเอกสารไม่ครบบ้าง มีอัตราการผ่านวีซ่าต่ำกว่า 90% บ้าง จนรัฐบาลฯต้องออกมาสอบสวนและควบคุมกันเป็นยกใหญ่ และที่น่ากลัวมาก ๆ คือเที่ยวแจกจ่าย log in user name กับ password ให้เพื่อนฝูง หรือ sub-agents อื่น ๆ แบ่งใช้กันเป็นว่าเล่น จนเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2009 ที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรเลียก็ได้ออกจดหมายยกเลิก eVisa agents ไปหลายเจ้า ทำให้เอเย่นการศึกษาเจ้าใหม่ ๆ ที่อยากเข้ามาในวงการนี้พลอยขอใช้เครื่องอำนวยความสะดวกเหล่านี้ยากเป็นเงาตามตัวไปด้วย
สำหรับเอเย่นที่ถือใบอนุญาตเป็น Registered Migration Agents (จะสังเกตมีเลขหมายอนุญาตติดตัวขึ้นด้วยคำนำหน้า MARN ซึ่งย่อมาจาก Migration Agents Registration Number เช่นของคุณหมอวีซ่าจะเป็น MARN 9896337เป็นต้น) กฎหมายออสเตรเลียจะรับให้เป็น eVisa agents ได้โดยอัติโนมัติ
การได้รับแต่งตั้งให้เป็น eVisa Agents นั้นสำคัญไฉน?
สำคัญซิคะ เพราะเป็น agents ที่ผ่านการคัดเลือกและกลั่นกรองโดยอิมมิเกรชั่นมาแล้วขั้นหนึ่งแล้วว่าเป็นเอเย่นที่อยู่ในระดับแนวหน้า ได้รับการไว้วางใจจากอิมมิเกรชั่นให้ช่วยกรองเคส คัดและจัดเอกสารที่ถูกต้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่สถานทูตฯได้ อย่างเช่นเรื่องสเต๊ทเมนท์การเงิน eVisa Agents ก็เพียงเซ็นรับรองว่าเห็นแล้ว ตรวจแล้ว ไม่ต้องส่งตัวจริงหรือสำเนาเข้าสถานทูตฯ และเมื่อตรวจเอกสารครบถ้วน วีซ่าก็มีสิทธิ์ผ่านทางเน๊ตได้เลย จึงเรียกว่าสะดวกและเร็วขึ้น
ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า ปัจจุบันมีเอเย่นการศึกษาผุดเกิดเปิดกันเป็นดอกเห็ด ส่วนใหญ่จะเน้นการขายคอร์สถูกๆและการตลาดมากๆ มีอ๊อฟฟิสเปิดสาขากันเต็มไปหมด แต่มักมีปัญหาตรงที่วีซ่าไม่ผ่านบ้าง ออกช้าเกินเหตุบ้าง แนะแนวผิดๆบ้าง ความรู้ด้านวีซ่าไม่แข็ง ฯลฯ เป็นต้น จะมีประโยชน์อะไรหากคุณต้องเสียค่าเล่าเรียนไปมากมายก่ายกอง แต่ไม่ได้วีซ่าเข้าไปเรียนเมืองนอก ดังนั้น แก่นที่สำคัญก็ยังคงอยู่ที่ วีซ่าต้องผ่านนั่นเอง อนาคตของคุณจึงจะ sure! เปรียบเสมือนกับการเปิดร้านอาหารที่แข่งกันเปิดเต็มไปหมด จัดหน้าร้านซะสวยหรู แต่ในครัว cook กันไม่เป็น อาหารไม่ได้มาตรฐาน ลูกค้ากินครั้งเดียว ก็ไม่กลับมาอีกแล้ว ในที่สุดร้านก็ไปไม่รอด นั่นเอง!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)